คอฟฟี่อินดี้ ข้อคิดความฝัน ความหวัง ความจริง

เป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ เป็นประโยคโดนๆ จากโฆษณา Johnnie Walker Red Label ที่เปลี่ยนสถานที่สำคัญในกรุงเทพ ให้มีหิมะตก โดยใช้ CG สร้างขึ้นมา ใครที่เคยดูโฆษณาชิ้นนี้ หรือได้ยินประโยคนี้ คงมีกำลังใจมากขึ้น ในการทําความฝันให้เป็นจริง


เชื่อว่าคอกาแฟ สมาชิกแฟนเพจหลายๆ คน คงตั้งเป้าหมาย ความฝันในชีวิตไว้มากมาย แต่บางครั้งความฝันนั้น มันก็เป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะมันไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง วันนี้ไอริชจะยกตัวอย่าง เคสของความฝันของเพื่อนๆ ที่ อยากได้รถสปอร์ต รถหรู รถซุปเปอร์คาร์ กันนะครับ เพราะคิดว่ามันเป็นความฝันของผู้ชาย หรือผู้หญิงหลายๆ คนเลยล่ะ และก็เป็นความฝัน ที่ออกจะเพ้อฝันด้วย เพราะหากคิดอยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้แล้ว มันยากมากๆ ยากกว่าเก็บเงินซื้อบ้านอีก ซึ่งบางคนนั้นคิดว่าชาตินี้ คงไม่มีทางทำได้แน่ๆ หรือโทษบุญวาสนา ก็ว่ากันไป :P วันนี้ไอริชเลยจะมาชวนเพื่อนๆ ทำธุรกิจเครือข่าย ฮา ไม่ใช่ละ จะบอกข้อคิด และวิธีทำความฝันที่ออกจะเว่อร์ๆ ให้เป็นจริงได้ เคสนี้เป็นของคนที่อยากมีรถสปอร์ต แต่มันก็นำไปใช้ได้กับทุกอย่างนั่นล่ะ ลองมาดูกันเลย ว่าต้องทำยังไงให้ไปถึงเป้าหมายได้

ทําความฝันให้เป็นจริง

สิ่งแรก ต้องกำหนดมูลค่าของสิ่งที่เราต้องการก่อน มูลค่าในที่นี้ ไม่ใช่เงิน แต่เป็นคุณค่าทางจิตใจ ฟินลิ่ง ความภาคภูมิใจที่จะได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถในฝัน สิ่งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจได้มากกว่า แค่อยากได้ อยากมี เพื่อตอบสนองตัญหาความต้องการเท่านั้น ต่อมาก็มาดูที่ตัวเราล่ะ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่เวลานี้ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา มันมีความเป็นไปได้แค่ไหน ที่จะทำได้ เช่น การพบปะผู้คน หรือสังคมที่เราอยู่ด้วย ก็มีส่วนกับความสำเร็จเรา หากเราคบเพื่อนที่ทำธุรกิจ หรือทำงานแนวเดียวกับเรา เราก็สามารถแลกเปลี่ยนไอเดียกันได้ หรือลองเปลี่ยนสังคมใหม่ๆ ดูบ้าง เพื่อหาประสบการณ์ หรือช่องทางโอกาสเพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าเรามีไอดอล หรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ไว้เป็นที่ปรึกษา เป็นแนวทาง จะช่วยเราได้เยอะเลย มันทำให้เรารู้สึกอยากเอาชนะตัวเองให้ได้ ในเมื่อคนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้เช่นกัน

สรุปว่า มี 2 สิ่งที่เราจะต้องประเมินก่อน ว่าสิ่งที่เราคิดนั้น มันเป็นไปได้ หรือได้แค่เพ้อฝัน นั่น คือ
1. เป้าหมาย มีแรงบันดาลใจคุณค่ากับเรามากแค่ไหน
2. สิ่งแวดล้อม มีความเป็นไปได้มั้ย ถ้า 2 สิ่งนี้ผ่าน นั่นหมายความว่า เรามีโอกาสประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นแล้ว

หลังจากนั้น ก็มาดูความเป็นไปได้ของสิ่งที่เรากำลังทำว่า ผลลัพธ์ของมันมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เช่น เราอยากมีรถสปอร์ต รถหรู ราคาประมาณ 2-3 ล้าน เราเปิดธุรกิจร้านกาแฟ ร้านอาหาร เราก็อาจเก็บเงินซื้อได้ แต่ถ้าอยากขับ ปอร์เช่ เฟอรารี่ ลัมโบกินี่ เราคงต้องหาช่องทางเพิ่มรายได้ และโอกาส เช่น อาจขยายเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ หรือเอาเงินไปลงทุนออมในหุ้น เป็นต้น ทุกอย่างเป็นไปได้ "อยู่ที่เราจะปรับตัวเอง และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราให้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงได้มากเท่าใด เราก็จะเข้าใกล้ความฝันมากขึ้นเท่านั้น"

อย่างที่ไอริช บอกไปล่ะว่า การตั้งเป้าหมาย วิเคราะห์ความเป็นไปได้ จากสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน หากยังไม่ได้ เราก็ต้องปรับให้ได้ หรือดีขึ้นก่อนที่จะลงมือทำ จากนั้นก็ลงมือทำเลย อย่างความฝันอยากได้รถสปอร์ต รถหรู รถซุปเปอร์คาร์ ของใครหลายๆ คน ถ้าเราแค่คิดว่าชาตินี้คงเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ นั่นเท่ากับเรายอมแพ้ และทิ้งความฝัน ความหวัง ไปแล้ว เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากเราศึกษาข้อมูล และลองสัมผัสหาประสบการณ์ดูจริงๆ มันก็มีความเป็นไปได้ หรือมีทางออกอื่นๆ มากมายเลยล่ะ ไม่จำเป็นต้องมีรายได้เดือนละเป็นแสน เป็นล้าน ไม่ต้องทำธุรกิจเครือข่าย ลุ้นฝาชาเขียว เฝ้าเบอร์นายกปู ถูกล็อตเตอรี่ ก็มีโอกาสได้ขับรถสปอร์ต รถหรู และเป็นเจ้าของ มาดูกันซิว่า หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว เพื่อนๆ จะเลือกตัดใจจากความฝัน ความหวัง หรือลองทำความฝัน(ที่คนอื่น หรือตัวเราเองอาจมองว่าเพ้อฝัน) ให้เป็น ความจริง หรือประสบความสำเร็จซะครั้งในชีวิต

อยากได้รถสปอร์ต

- สำหรับคนที่มีความคิดว่า ถึงจะมีเงินซื้อ แต่ก็ไม่มีเงินดูแล
รถสปอร์ต รถหรู รถซุปเปอร์คาร์ นั้นมีหลายแบรนด์ หลายราคาให้เลือก ซึ่งแต่ละแบรนด์นั้น ก็มีค่าสินสอด และค่าดูแลแตกต่างกัน คนส่วนใหญ่จะมองว่า ถึงจะมีเงินซื้อ แต่ไม่มีเงินเติมน้ำมัน พอเกิดปัญหาขึ้นมา เวลาซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่ รออะไหล่นาน มีค่าใช้จ่ายสูง และปัญหาจุกจิกอื่นๆ จริงอยู่ที่ว่ารถพวกนี้ ราคาสูง ค่าดูแลก็ย่อมสูงตาม แต่รถซุปเปอร์คาร์บางรุ่นนั้น ค่าดูแล หรืออัตราการกินน้ำมัน ไม่ได้เยอะเลยนะ อาจจะพอๆ กับรถ ecocar ด้วยซ้ำไป มีรถซุปเปอร์คาร์แบรนด์หนึ่งจากเมืองผู้ดี ที่สามารถใช้อะไหล่ของรถยนต์ค่ายญี่ปุ่นได้ แถมยังแวะเข้าอู่ซ่อมทั่วๆ ไปได้อีกตะหาก คนที่คิดว่าสามารถซื้อได้ แต่กลัวเรื่องการดูแลรักษา ลองหาข้อมูล เพิ่มเติมดูนะ แล้วคุณอาจเปลี่ยนใจ และรถซุปเปอร์คาร์นั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้นำมาขับใช้ในชีวิตประจำวันหรอก นานๆ จะเอามาขับเล่น แต่ก็มีซุปเปอร์คาร์บางคัน ที่สามารถขับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกวันเช่นกันนะ
- สำหรับคนที่อยากได้รถซุปเปอร์คาร์ แค่ภายนอก
เชื่อว่าคอกาแฟ หรือเพื่อนๆ ที่ชอบแต่งรถ หลายคนคงคิดแบบนี้แน่ๆ เพราะบางคนก็ต้องการแค่รูปลักษณ์ภายนอกของรถ ไม่ซ้ำใคร มีความเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง ซึ่งวิธีนี้ มีความเป็นไปได้สูงเลยล่ะ ใครอยากรู้ หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บอดี้คิท แต่งรถดูนะ เช่น ชุดแต่ง Toyota MR-S แปลงเป็นทรงรถ porsche ชุดคิทของรถสปอร์ต รุ่นเก่า แปลงเป็นทรง ferrari f430 เป็นต้น วิธีนี้ ไม่ผิดกฎหมายด้วย เพราะไม่ได้ยุ่งกับโครงสร้างรถ และไม่ได้เหมือนต้นแบบซะทีเดียว หรืออีกวิธี คือ การทำรถ replica นั่นเอง บางคันทำออกมาซะเหมือนต้นแบบเลย
- สำหรับคนที่อยากได้รถซุปเปอร์คาร์ แต่ไม่ได้มีรายได้สูงมากนะ
นอกจากรถซุปเปอร์คาร์ มือสอง ราคาถูกแล้ว ยังมีรถหลุดจํานํา ราคาถูกกว่ารถมือสองซะอีก ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ใช้ จะรับมันได้รึป่าว เพราะเราไม่ได้เป็นเจ้าของ 100% และต้องดูข้อกฎหมายดีๆ ด้วยครับ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน
- สำหรับคนที่อยากลองขับรถสปอร์ต รถหรู ลองนั่งดูซะครั้งหนึ่งในชีวิต
เดี๋ยวนี้ มีบริการเช่ารถหรู หากใครแค่อยากลองขับ สัมผัสดู ก็ลองหาดูครับ มีทั้งแบบรายวัน รายเดือนให้เลือก

ยังมีอีกมากมายหลายวิธี ที่เราจะทำความฝันให้เป็นจริงได้ ที่ไอริชไม่ได้บอกทั้งหมด เพราะมันเยอะมาก เดี๋ยวเพื่อนๆ จะไม่อยากอ่านกัน ฮา ซึ่งวิธีที่บอกไป คิดว่าจะทำให้เพื่อนๆ เปลี่ยนความคิด มองเห็นช่องทาง หรือความเป็นไปได้มากขึ้น

ความฝัน ความหวัง ความจริง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากเราลงมือทำ ส่วนผลลัพธ์ของความสำเร็จ มันจะออกมาระดับไหน ก็ขึ้นกับตัวเรา และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราด้วย เชื่อว่าทุกคนทำได้ แต่ความคิด ความตั้งใจ ความพยายาม ความอดทน จะเป็นตัวแปรที่ทำให้แต่ละคนทำความฝันให้ประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน

ปล.บทความนี้ แค่อยากให้กำลังใจเพื่อนๆ ที่ตั้งเป้าหมายไว้สูงๆ ม๊ากมากกกก และพอเริ่มคิด เริ่มทำ ก็เจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย จนท้อ แต่ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกความตั้งใจซะก่อน หากยังทำไม่ถึงที่สุด เพราะถ้าเราตั้งเป้าไว้ เกิน 100 เช่น 150 หากเราพลาด เราก็อาจจะประสบความสำเร็จในระดับ 120-100 ก็ได้ ซึ่งก็ยังสูงกว่าคนที่ตั้งเป้าไว้แค่ 100 ก็ประมาณนี้ล่ะ อิอิ ส่วนที่ยกตัวอย่างรถสปอร์ต เพราะในครั้งแรก ก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย แต่พอลองศึกษาข้อมูล ลงมือทำ มันก็มีแนวโน้ม มีความหวังที่จะเป็นไปได้นะ แต่ผลลัพธ์จะออกมาแบบไหน ในทางเลือกที่ยกตัวอย่างมา ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮา

บทความโดย @ไอริช lovekopica.com