คอฟฟี่อินดี้ คู่แข่งทางธุรกิจ เคสร้านส้มตำ

ในสภาวะปัจจุบัน วงการธุรกิจมีการแข่งขันที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟสด อีกมากมาย จังหวัดหาดใหญ่(เรียกตามท่านนายก ><) เป็นอีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีการพัฒนาทางด้านต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และ AEC ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ ซอยแถวบ้านไอริช ได้มีสัญญาณไฟจราจรเกิดขึ้น ทำให้จากซอยทั่วไปเล็กๆ กลายเป็นซอยที่มีผู้คนสัญจรไปมามากขึ้น และก็เป็นจุดกำเนิดเรื่องนี้ (กว่าจะลากพาเข้าเรื่องได้) ^^ เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อซอยที่เคยเงียบเหงา บริเวณด้านข้างทาง ที่เคยเป็นที่ดินรกร้าง ก็มีแม่ค้ามาตั้งของขายอาหาร เริ่มจากร้านส้มตำเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่บุกเบิกขายก่อนใคร ซึ่งบางวันก็ขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จนผ่านไปได้ซะระยะ ก็เริ่มมีคนมากินบ้าง แต่ก็ยังไม่มากนะ จนมีแม่ค้ารายใหม่ มาตั้งร้านติดๆ กันเลย และก็เปิดร้านส้มตำเช่นเดียวกัน ทำให้จากร้านส้มตำเล็กๆ ข้างทางหนึ่งร้าน ที่คนผ่านไปมา ไม่รู้จะกล้าจอดแวะกินดีมั้ย ดูน่าลองแวะมากขึ้น เพราะดูเป็นโซนของกิน หลังจากนั้นรถที่ผ่านไปมา ก็แวะจอดอุดหนุนส้มตำ ทั้ง 2 ร้านมากขึ้น จนเริ่มมีลูกค้าประจำ ซึ่งทุกอย่างก็ไปได้สวย กำลังจะจบแบบ Happy Ending อยู่แล้ว

คู่แข่งทางธุรกิจ

แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่ง แม่ค้าส้มตำของร้านที่ 1 เกิดอยากทำบุญขึ้นมา เลยได้แอบไปปล่อยปลาของร้านส้มตำที่ 2 เป็นเหตุให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน หลังจากโคนัน(คนกลาง) ลงไปสืบสวนไขคดีปริศนาฆาตกรรมปลาหมู่ได้ เหตุเกิดจากร้านที่ 1 ไม่พอใจที่ร้านส้มตำที่ 2 ขายดีกว่า ทั้งๆ ที่ร้านที่ 1 มาก่อน

จากเคสร้านส้มตำนี่ เพื่อนๆ คิดว่าใครเป็นฝ่ายถูก แล้วควรแก้ปัญหายังไงดี ทำธุรกิจเหมือนกัน แถมยังต้องมาแย่งลูกค้ากันอีก อีกฝ่ายหนึ่งก็มาก่อน แต่อีกฝ่ายหนึ่งทำอร่อยกว่า มาดูสาเหตุกันดีกว่า อันนี้ยกความคิดเห็นส่วนตัวของไอริชมาเองนะ ไอริช คิดว่า สาเหตุที่ทำให้ร้านที่ 2 ขายดีกว่า ก็คือ ความอร่อย ถึงแม้จะไม่เคยลองกินร้านที่ 2 แต่ร้านแรกนั้น รสชาติประมาณพอประทังชีวิตไปได้ ซึ่งก็มีลูกค้ากินอยู่นะ ถ้าตัดสินจากความอร่อย ร้านที่ 2 คงถูกแน่ๆ แต่ถ้าคิดว่าร้านที่ 2 มาทีหลัง แล้วมาแย่งลูกค้า ร้านที่ 1 ก็อาจเป็นฝ่ายถูก ไม่ว่าใครจะมาก่อน มาหลัง ใครทำอร่อยกว่า ก็คงไม่ดีแน่ๆ หากต้องมาเป็นคู่แข่งทางธุรกิจประเภทเดียวกัน แถมยังอยู่ติดกันอีก

ไอริช ไม่สนว่าใครมาก่อน มาหลัง ใครทำอร่อยกว่า สนแค่ว่าทั้ง 2 ร้านควรจะจับมือกัน เพราะจริงๆ การที่ทั้ง 2 ร้านมาตั้งติดกัน ก็มีส่วนที่ทำให้ลูกค้ามาแวะมากขึ้น แต่ร้านที่ 1 นั้น อาจจะต้องหาจุดแข็งของตัวเองขึ้นมา หรือไม่ก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้มีอะไรที่แตกต่างไปจากร้านที่ 2 เช่น อาจเป็นเรื่องของเมนูใหม่ โปรโมชั่น การบริการ เพราะในมุมมองของลูกค้านั้น หากมีร้านประเภทเดียวกัน เปิดติดกัน แต่มีข้อดีแตกต่างกัน ลูกค้าก็อาจอุดหนุนทั้ง 2 ร้านก็ได้ เพียงแต่จะเข้าร้านไหนบ่อยกว่า ก็คงขึ้นกับความชอบส่วนตัวแล้วล่ะ

ยกเคสร้านส้มตำมา แต่คิดว่าร้านกาแฟ หรือ ร้านค้าอื่นๆ ก็สามารถนำไปใช้ได้นะ การเปลี่ยนคู่แข่งทางธุรกิจ ให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ อย่ามองคนที่ทำธุจกิจเหมือนเรา เป็นศัตรู หรือคู่แข่ง เพราะกลยุทธ์ หรือการแข่งขันที่นำมาใช้ อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด การเปลี่ยนคู่แข่งทางธุรกิจ ให้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น

- การพัฒนาธุรกิจตัวเอง แทนที่จะหาวิธีสร้างความเสียหายให้กับคู่แข่ง แค่เราไม่เป็นศัตรูกับคู่แข่ง ก็เท่ากับเราได้สร้างพันธมิตรแล้ว
- ข้อดีของทำเลติดกัน ในกรณีเคสร้านส้มตำ หากร้านใดร้านหนึ่งเต็ม ลูกค้าใหม่ หรือเก่าบางคนอาจอยากลองไปนั่งร้านที่อยู่ติดกันก็ได้ เพราะตั้งใจจะมากินส้มตำแล้ว
- การแลกเปลี่ยนไอเดียระหว่างกัน การจัดกิจกรรม หรือโปรโมชั่นร่วมกัน เช่น หากทานร้านนี้รวมมูลค่าเกิน 500 บาท อาจจะได้เป็นส่วนลดไปทานเมนูแนะนำของอีกร้าน ได้เป็นการแลกเปลี่ยนลูกค้ากันด้วย
เริ่มมองช่องทางประโยชน์ของการสร้างพันธมิตรออกแล้วใช่มั้ยล่ะ มาทำธุรกิจแบบ WIN WIN กันดีกว่า ถึงแม้ร้านของเราจะไม่ได้เป็นที่ 1 แต่กลยุทธ์แบบนี้ก็ส่งผลดีกับธุรกิจ หรือกิจการของเราครับ ^^

ปล. ปัจจุบันร้านค้าทั้ง 2 ดีกันแล้วครับ ><

บทความโดย @ไอริช lovekopica.com