ตำนาน การค้นพบกาแฟสำเร็จรูป และความแตกต่างกับกาแฟสด

เมื่อพูดถึงกาแฟสด กับ กาแฟสำเร็จรูป คนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ใช่คอกาแฟจริงๆ อาจจะไม่รู้ว่ากาแฟสด กับกาแฟสำเร็จรูป มันแตกต่างกันยังไง? ต่างกันที่กาแฟที่นำมาใช้ชง ต่างกันที่วิธีการชง ต่างกันที่สูตรกาแฟ หรือบางคนเข้าใจว่ามันคือกาแฟตัวเดียวกัน ที่ทำออกมาหลากหลายรสชาติ มีใครเคยคิดแบบนี้บ้าง :P แอดมินก็เคยคิดแบบที่ยกตัวอย่างไปนะ (คิดไปได้ไงนะ _"_)

จริงๆ แล้ว "กาแฟสด" เป็นกาแฟที่ทำจากเมล็ดกาแฟ 100% นำมาบดให้เป็นผง แล้วนำเข้าเครื่องชง มีต้นทางจากการเก็บเมล็ดกาแฟในไร่ แล้วนำมาผ่านขบวนการต่างๆ จนเข้าสู่โรงงานคัดกรอง เพื่อคัดแยก และดูแลในเรื่องคุณภาพอีกต่อหนึ่ง เพื่อได้กาแฟสดจริงๆ

กว่าจะมาเป็นกาแฟสด ต้องผ่านหลายขั้นตอน ในแต่ละขั้นตอนต้องพิถีพิถันละเอียดในทุกจุด ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ เพราะกาแฟแต่ละพื้นที่ แต่ละประเทศรสชาติไม่เหมือนกัน เกี่ยวข้องหลายปัจจัย ทั้งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ดิน และอื่นๆ หลายอย่าง (แปลกนะ กาแฟเนี่ย รสชาติขึ้นกับสภาพแวดล้อมที่ปลูกด้วย ไม่เหมือนกับผลไม้ทั่วไป เช่น มะพร้าวที่อยู่ติดทะเล กับ มะพร้าวที่ปลูกตามบ้าน หรือสวน เวลากินรสชาติก็เหมือนๆ กัน) ดังนั้นถึงได้มีกาแฟภูเขาไฟ กาแฟขี้ชะมด กาแฟขี้ช้าง แปลกๆ ออกมามากมาย และนี่คงเป็นเสน่ห์ของกาแฟล่ะ

เมื่อกำจัดเนื้อเยื่อกาแฟออกหมดแล้ว เอามาทำให้แห้งแล้วคั่ว บางแห่งเอากาแฟคั่วกับเนย ใส่เกลือน้ำตาลเล็กน้อย กาแฟที่คั่ว และบดแล้วเป็นสีน้ำตาลแก่ กระบวนการคั่ว และบดก็มีกรรมวิธีต่างกัน เป็นสูตรเฉพาะของแต่ละคน

ส่วนกาแฟไม่สด หรือกาแฟสำเร็จรูปนั้น ก็คือ การทำให้กาแฟละลายน้ำร้อนง่ายๆ และพร้อมดื่มได้ทันที (รวดเร็วทันใจ เหมือนต้มมาม่ากิน) ไม่ต้องต้มกรองชนิดที่ต้องอาศัยเครื่องมือ อุปกรณ์ชง และกรรมวิธีที่ชวนให้วุ่นวาย

ค้นพบกาแฟสำเร็จรูป

กาแฟสำเร็จรูปนี้ประวัติย้อนหลังไปถึงกว่า 107 ปี ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่อย่างใด เกิดจากนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น (ลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน) ที่ไม่ชอบใจในฝีมือการชงกาแฟของตัวเอง บางทีชงเข้มไป บางทีชงอ่อนไป ก็เลยประดิษฐ์วิธีที่ต้มกาแฟทีเดียวแล้วเก็บไว้ดื่มใหม่ได้อีก โดยคิดการต้มกาแฟแล้วทำให้ "ระเหิด" หรือทำให้ของเหลวกลายเป็นของแข็ง(เกล็ดหรือผง) กรรมวิธีนี้เรียกว่า "สเปรย์ดราย" (Spraydried)

วิธีนี้นับว่าเป็นการปฏิวัติวงการกาแฟครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ทำให้การดื่มกาแฟเป็นเรื่องง่ายมาก ไม่ต้องยุ่งยากวุ่นวายสารพัด การผลิตกาแฟสำเร็จรูปนี้จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

แต่กระบวนการผลิตกาแฟสำเร็จรูปนี้ทำให้กาแฟสูญเสียกลิ่นหอมอันเป็นคุณสมบัติที่ความสำคัญสุดๆ ไป

จนเมื่อประมาณสัก 30 ปีมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งก็นำมาพัฒนาต่อ ทำให้น้ำกาแฟกลายเป็นเกล็ดที่อุณหภูมิเย็นมากๆ เรียกว่ากรรมวิธีแบบ "ฟรี๊ซดราย" (Freezdry) ช่วยคงความหอมของกาแฟได้มากกว่ากรรมวิธีสเปรย์ดราย

แน่นอนว่าต้นทุนดำเนินการก็สูงกว่าแบบเดิมมาก กาแฟสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดจึงมักจะเป็นแบบสเปรย์ดราย หากเพื่อนๆ ไปเดินห้าง ตรงมุมกาแฟสำเร็จรูป ลองเปรียบเทียบราคาหลายๆ ยี่ห้อดู ที่ขนาดขวดเท่าๆ กัน ถ้ายี่ห้อไหนราคาสูงกว่าประมาณ 3 เท่าตัว นั่นล่ะ กาแฟ ที่ผ่านกรรมวิธีแบบ "ฟรี๊ซดราย" (Freezdry)

via: oknation