ทำไมบางคน ขาดกาแฟแล้วปวดหัว

การศึกษาวิจัยพบว่า กาแฟ มีฤทธิ์ระงับอาการปวดได้ดี องค์การอาหาร และยาเองก็ตระหนัก และอนุญาติให้ใช้ และเชื่อว่า การกินกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม ปลอดภัยต่อร่างกาย ในทางการแพทย์พบว่า เมื่อผสมกาแฟลงในยาแก้ปวด จะเพิ่มการดูดซึม และฤทธิ์การแก้ปวดในยาเช่น แอสไพริน ในทางกลับกันคือ เราสามารถลดปริมาณยาแก้ปวดลงได้ถึง 40 % เมื่อใช้ยานั้นร่วมกับคาเฟอีน

ขาดกาแฟ ปวดหัว

แล้วทำไมคนที่ดื่มกาแฟประจำ เวลาที่ไม่ได้ดื่มกาแฟจึงมีอาการปวดหัว ตื้อๆ ตุ๊บๆ ง่วงซึม ขาดสมาธิ อยู่นิ่งไม่ได้ บางคนคลื่นไส้อาเจียน ก็มี การวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า จากการสอบถามคนไข้ 11000 ราย พบ 11% มีอาการของการหยุดดื่มกาแฟ และเพียง 3% ที่มีอาการรุนแรง

อาการของการขาดกาแฟ(caffeine withdrawal) แต่อาการที่ว่านี้จะหายไป ภายใน 6-8 นาที เมื่อเราดื่มกาแฟ เพราะกาแฟจะทำให้เราตื่นตัว มีพลัง กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที หลายคนดื่มกาแฟ เพราะ นอนดึก เล่นเกม ดูหนัง ทำงาน ดื่มเพราะมันอร่อย หรือดื่มเพราะติดเป็นนิสัยประมาณนั้น ซึ่งหากเราดื่มกาแฟมากไป ในช่วงแรกๆ เราจะรู้สึกสดชื่น แต่ร่างกายของเราจะได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ดื่มกาแฟแทนอาหารเช้า รู้มั้ยว่าตอนเช้านั้น ร่างกายต้องการพลังงานมากที่สุด เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ หากเราไม่ได้เติมพลังงานมื้อเช้า แต่ดื่มกาแฟแทน สารคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้ตับไปงัดพลังงานสะสมมาใช้ได้เร็วขึ้น ทำให้เราสดชื่นก็จริง แต่นั่นเพราะเป็นผลจากกาแฟไปดึงพลังงานสะสมมาใช้ ไม่ใช่พลังงานที่เรารับเข้าไปใหม่ ซึ่งนานๆ ไป เราต้องการดื่มกาแฟในปริมาณมากขึ้น จาก 1 แก้วเป็น 2 แก้ว เพราะเข้าใจผิดคิดว่ามันทำให้สดชื่น ให้พลังงานนั่นเอง ^^ และคราวนี้ล่ะ อาการของโรคขาดกาแฟ แล้วปวดหัวก็จะมา หากเราไม่ได้ดื่มกาแฟ

การดื่มกาแฟนั้น มีประโยชน์กับร่างกาย แต่เราก็ไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากไป และควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ หากเราทำได้ เราก็จะไม่ติดกาแฟ และก็ไม่ปวดหัวเพราะกาแฟอีกด้วยครับ

อ้างอิง: thaihealth