เทคนิคเติมน้ำมัน วิธีขับรถให้ประหยัดน้ำมัน

รถยนต์ปัจจุบัน และในอนาคต ถูกออกแบบมาให้เป็นรถยนต์ประหยัดน้ำมัน หรือประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากขึ้นกว่ารถในอดีต ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ถูกนำมาใช้ในรถยนต์ค่ายต่างๆ มากขึ้น แต่การประหยัดน้ำมันนั้น นอกจากตัวรถยนต์ที่ทำมาดีแล้ว เราสามารถประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นได้อีก หากเราทำตามวิธีประหยัดน้ำมัน หรือการขับรถ ดังนี้

เทคนิคเติมน้ำมัน

วิธีประหยัดน้ำมันรถ

มีผู้รู้ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการน้ำมันกว่า 31 ปี สอนเคล็ดลับการเติมน้ำมันว่า เขาทำงานที่คลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน San Jose , CA ซึ่งมีคลังเก็บ 34 คลัง ขนาดบรรจุรวม 16,800,000 แกลลอน ณ ที่นั่นแต่ละวันจะจ่ายน้ำมันประมาณ 4 ล้านแกลลอน ตลอด 24 ชม. โดยวันหนึ่งจ่ายน้ำมันดีเซล อีกวันหนึ่งจ่ายน้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันรถยนต์ เกรดต่างๆ สลับกัน เขาบอกว่า

- จงเติมน้ำมันตอนเช้าขณะที่อุณหภูมิบนพื้นดินยังเย็นอยู่ อย่าลืมว่าปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังน้ำมันฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อพื้นดินยิ่งเย็น น้ำมันยิ่งควบแน่น เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้น น้ำมันก็จะขยายตัวตาม ดังนั้น หากเติมน้ำมันช่วงบ่าย หรือเย็น คุณจ่ายค่าน้ำมัน 1 แกลลอน แต่ได้มาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ธุรกิจค้าน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันสำหรับเครื่องบิน เอทานอล หรือผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่นๆ อุณหภูมิ และความถ่วงจำเพาะ มีบทบาทสำคัญ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา หมายถึงเงินมหาศาลในธุรกิจนี้ แต่ปั๊มน้ำมันไม่มีการชดเชยอุณหภูมิให้ลูกค้า
- ขณะเติมน้ำมัน อย่าให้เด็กปั๊มตั้งหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งไหลเร็ว (ในอเมริกาเจ้าของรถต้องลงมือเติมเอง) หากคุณสังเกต จะเห็นว่า
กลไกเหนี่ยวมี 3 ระดับ คือ low, middle และ high เมื่อตั้งในระดับไหลช้า จะเกิดไอระเหยของน้ำมันน้อยที่สุด หากตั้งในระดับไหลเร็ว น้ำมันบางส่วนจะกลายเป็นไอระเหย และถูกสูบย้อนกลับไปยังถังใต้ดิน นั่นหมายถึงคุณจ่ายเงินมากกว่าที่ควร
- เคล็ดลับอีกอย่าง คือ ควรเติมน้ำมันเมื่อน้ำมันในรถเหลือครึ่งถัง (แหล่งข้อมูลบางแห่งแนะนำว่า เติมน้ำมันแค่ครึ่งถังก็พอ จะได้ลดน้ำหนักบรรทุก และประหยัดน้ำมัน ทั้งนี้ และทั้งนั้นขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณตัดสินเอาเองก็แล้วกัน—หมายเหตุผู้แปล) เหตุผลคือ น้ำมันบรรจุในถังยิ่งมาก เนื้อที่ว่างสำหรับไอระเหยก็ยิ่งน้อย เพราะน้ำมันระเหยเป็นไอเร็วกว่าที่คุณคาดคิด ในคลังเก็บน้ำมันจะมีอุปกรณ์ภายในถัง ทำหน้าที่เป็นเพดาน ลอยขึ้นลงตามระดับน้ำมัน ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างน้ำมัน กับอากาศ ลดไอระเหยของน้ำมันให้น้อยที่สุด รถขนส่งน้ำมันเมื่อมาบรรทุกน้ำมัน จึงเติมได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ผิดกับที่ปั๊มน้ำมันซึ่งไม่มีการชดเชยอุณหภูมิ
ข้อเตือนใจอีกข้อหนึ่ง
- ขณะที่คุณขับรถเข้าปั๊ม ถ้าเห็นรถบรรทุกกำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บใต้ดิน จงอย่ารีบร้อนเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น เพราะตอน”ลงของ” สิ่งแปลกปลอม ซึ่งปกติจะตกตะกอนอยู่ใต้ถัง ถูกปั่นป่วนจนลอยตัว หากคุณเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น อาจมีโอกาสดูดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่รถคุณได้

เพิ่มเติม การเติมน้ำมัน การขับ และการดูแลรถยนต์

1. เติมน้ำมันหลัง 4 ทุ่ม หรือก่อน 9 โมงเช้าเสมอ อุณหภูมิที่เย็นน้ำมันหดตัวได้ปริมาตรมากขึ้น 2%
2. เติมน้ำมันแค่หัวจ่ายตัดพอแล้ว ถ้าเติมจนเต็มปรี่ ร้อนๆ น้ำมันจะขยายตัวระเหยทิ้งที่รูระบาย
3. อุ่นเครื่อง 1 นาทีในหน้าร้อน และ 3 นาทีในหน้าหนาว เครื่องจะได้ไม่ใช้กำลังฉุดมาก และการหล่อลื่นจะสมบูรณ์ขึ้น
4. ค่อยๆ ออกตัวเมื่อรถจอดนิ่ง 1-2 พันรอบ ได้ความนิ่มนวล ประหยัด และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
5. ควรใช้เกียร์สูงเมื่อรถวิ่งได้ 2500 รอบขึ้นไป การลากเกียร์จะทำให้ชุดเกียร์ทำงานจนอายุการใช้งานสั้น
6. เครื่อง 2.0 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 110 กม./ชม. รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
7. เครื่อง 1.6 ลิตรขึ้นไปความเร็วคงที่ที่ทำให้ประหยัด 90 กม./ชม. รักษาสเถียรภาพความเร็วทำให้กินน้ำมันน้อยที่สุดขณะรถวิ่ง
8. พักรถสัก 15 นาทีเมื่อขับเกิน 4 ชม.เพื่อให้ลดความร้อน ให้น้ำมันในระบบคลายความร้อนกลับมามีคุณสมบัติที่ดีอีกครั้ง
9. เกียร์ถอยกินน้ำมันมากสุด ควรค่อยๆ ถอยไม่ต้องรีบ เกียร์ถอยใช้อัตราทด และแรงฉุดมากกว่าทุกเกียร์
10. ก่อนถึงปลายทางสัก 500 เมตรให้ปิด COM แอร์ลดภาระเครื่อง เป่าลมไล่ความชื้นในตู้แอร์ และไล่เชื้อราที่อยู่ในนั้นด้วย
11. เช็คลมยางให้สม่ำเสมอทุกๆ 2 อาทิตย์ และเมื่อจะออกเดินทางไปต่างจังหวัด ลมยางอ่อนวิ่งได้ช้า ขอบยางสึกมากอายุการใช้งานสั้น
12. พยายามอย่าใส่ของไว้ในรถเยอะ เพิ่มน้ำหนักรถทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้น 20 % ตามระยะทาง
13. วางแผนการเดินทางที่ดี หลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรติดขัด
14. ดูแลรักษาเครื่องยนต์ เช็คอายุการใช้งานอะไหล่รถยนต์ เปลี่ยนอะไหล่เมื่อถึงกำหนด เพราะความบกพร่องของเครื่องยนต์ หรืออะไหล่ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็มีผลกระทบกับอัตราการกินน้ำมัน ของรถยนต์ เช่น ไส้กรองอากาศตัน น้ำมันหล่อลื่นเก่า หัวเทียนเสื่อมสภาพ รอบเครื่องยนต์เดินเบาสูงกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ปรับตั้งการจุดระเบิดไม่ถูกต้อง เป็นต้น
15. พยายามขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอ และไม่เหยียบ เบรคโดยไม่จำเป็น

ปล.ยังมีเทคนิค วิธีประหยัดน้ำมันรถอีกมากมาย ไม่ต้องทำให้ครบทุกข้อหรอก เพียงแค่ดูแลรถสม่ำเสมอ ให้เหมือนกับเราดูแลสุขภาพตัวเอง การขับก็เช่นกัน เหมือนกับเวลาเราวิ่งออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยาน เราใช้วิธีไหนในการวิ่งให้ได้ระยะทางไกลๆ หรือนานๆ เครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ต้องการแบบนั้นเช่นกัน

เริ่มจากออกตัวแบบค่อยๆ ไป วิ่ง หรือขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เมื่อเจอทางลง ก็ใช้ความลาดเอียงให้เป็นประโยชน์ ถ้าเป็นรถก็ปล่อยให้ไหลบ้าง ส่วนทางขึ้นอาจต้องออกแรงต้นเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงส่ง ฝึกการใช้เบรคแบบนิ่มนวล พยายาม ใช้คันเร่ง หรือเบรคให้น้อยที่สุด แต่ให้รถพาเราไปถึงเป้าหมาย ไม่ช้าเกินไป ไม่เร็วเกินไป และปลอดภัย แค่นี้ก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้แล้วล่ะ แต่หากเราไม่ได้ซีเรียสกับค่าใช้จ่ายน้ำมันรถ ก็คิดซะว่าเราต้องประหยัดน้ำมัน เพื่อลดการใช้พลังงาน และลดการทำลายสิ่งแวดล้อมทางอ้อมละกัน ^ ^

ถ้าอยากฝึกขับรถแบบประหยัดน้ำมันให้เคยชิน ติดเป็นนิสัย ก็ต้องใส่ใจเข้าใจรถ ในขณะเดียวกันก็สนุก และมีความสุขกับมัน เช่น ลองขับแบบปกติ เปรียบเทียบกับขับแบบประหยัด หรือลองทำลายสถิติเก่าที่เคยขับไว้ ก็สนุกดีนะ ฝึกความใจเย็น มีสมาธิขณะขับรถด้วย รอบนี้พูดถึงเทคนิคประหยัดน้ำมันกันไป สามารถใช้ได้ทั้ง รถครอบครัว รถตลาดทั่วไป หรือรถสปอร์ต รถหรูก็ไม่ต่างกันมาก ครั้งหน้าเราจะมาดูรถสปอร์ต รถหรู ที่หลายคนบ่นถึงอัตราการกินน้ำมันของพวกมัน จนไม่เหมาะซื้อมาใช้ในชีวิตประจำวัน ลองดูซิว่าข้อมูลนี้จริง หรือไม่จริงอย่างไร?

via: อะไหล่รถยนต์ หาดใหญ่